ร้อย เรื่อง โรม (Rome) เรื่องที่ 51-100:
เอนทรี่นี้เกี่ยวกับ กรุงวาติกันค่ะ
 
 
 
 
51. นครรัฐวาติกัน มีชื่อตามศาสนาคริสตร์ว่า Holy See
คำว่า See มาจากภาษาลาตินว่า 'sedes' หรือ Seat ในภาษาอังกฤษ
หมายถึงสถานที่ๆเป็นบัลลังค์ของพระสันตปาปา
(จึงหมายถึงวาติกัน)
 
52. นครรัฐวาติกัน เป็นประเทศที่เล็กที่สุด และมีประชากรน้อยที่สุดในโลก
มีพื้นที่ 0.44 ตารางกิโลเมตร และ ประชากรประมาณ 800 คน
ขนาดเล็กกว่าสวนลุมพินีอีก บางคนบอกว่า วาติกัน มีขนาดพอๆกับสถาณทูตสหรัฐให้อีรักFoot in mouth
 
53. วาติกัน ไม่มีทางด่วน มีแต่ถนนเท่านั้น Foot in mouth เป็นประเทศปิดล้อมรอบด้วยอิตาลี่ Foot in mouth
 
54. ภาษาอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ภาษาลาติน แต่เป็นภาษาอิตาเลี่ยน แต่ภาษาอื่นๆที่ใช้อย่างแพร่หลายคือ อังกฤษ ฝรั่งเศส และ เยอร์มัน
 
55. วาติกัน เชื่อว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่น อยู่นอกโลก และแน่นอนว่า พระเจ้าเป็นผู้สร้างขึ้น
 
56. วาติกันเป็นประเทศที่มี % นักท่องเที่ยวสูงที่สุด 
นักท่องเที่ยว : ผู้อาศัย คือ 1.26:1
 
57. ขณะเดียวกัน ก็เป็นประเทศที่ % อาชญากรรมสูงที่สุด - 1.5 คดี ต่อ ประชากร 1 คน
(เกือบทั้งหมดเกิดจากนักท่องเที่ยว)
 
58. ผู้ดูแลความสงบในวาติกันคือ ทหารสวิส ซึ่งมีเป็นจำนวน 1 คน ต่อ ประชากร 2 คน
วาติกันไม่มีคุก ผู้ทำผิดจะถูกส่งไปขังคุกของอิตาลี่ (สำนักวาติกันจ่ายเงินค่าบริการ)CoolCool โดยกฏหมายของ
วาติกันจะคล้ายกัยอิตาลี แต่ต่างกันเพียงเล็กน้อยในส่วนของการทำแท้ง และการหย่า
 
59. ทหารสวิสที่จะเข้ามาทำงานในวาติกันได้นั้น จะต้องเป็น คาธอลิก ยังไม่แต่งงาน ได้รับการฝึกทหารแบบสวิส
ต้องได้ Certificates of good conduct อายุ 19-30 และสูงอย่างน้อย 174 ซม
 
 
 
 
 
60. รายได้ของวาติกันมาจาก นักท่องเที่ยว (ค่าเข้าชม), โบสถ์คาธอลิกภายใต้การปกครอง,
การไปรษณีย์และแสตมป์ (วาติกันมีที่ทำการไปรษณีย์ และมีแสตมป์ เป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นที่นิยมมาก
ว่ากันว่าเพราะระบบไปรษณีย์ของวาติกันเชื่อถือได้มากกว่าไปรษณีย์อิตาลี่ Foot in mouth 
แสตมป์ของวาติกัน เป็นที่ต้องการมาก เพราะเป็นของสะสม และของที่ระลึก ใครไปเที่ยวก็ซื้อมาเก็บได้ค่ะ) และ การจำหน่ายเหรียญวาติกัน ที่เป็นเหรียญ 1 ยูโร พิมรูปพระสันตะปาปา (ของสะสม ที่ระลึกเช่นกัน)
 
(ภาพจาก http://www.vaticanstate.va)
 
 
 
61. วาติกันมี พาสปอร์ตเป็นของตัวเองด้วย ซึ่งจะออกให้กับ พระสันตปาปา พระคาร์ดินัล ทหารสวิส
และคนที่ทำงานให้กับสำนักอื่นๆ
 
62. ทางเข้าออกของวาติกันมีหลายทาง แต่สำหรับนักท่องเที่ยวมีทางเดียวคือทางเข้า Vatican Museum
 
63. บริเวณตั้งแต่รถไฟใต้ดิน ไปจนถึงหน้าทางเข้าจะมีทัวร์ขายมากมาย ราคาตั้งแต่ 30-50 ยูโร โดยจะมี
ไกด์พาทัวร์วาติกันส่วนวิหารเซนต์ปีเตอร์ พิพิธภัณท์ และ Sistine Chapel คนส่วนใหญ่ไม่อยากรอเข้าคิว เพราะคิวซื้อตั๋วมันนาน (เขาโฆษณาว่าเข้าคิว 1 ชม) ถ้าไม่อยากซื้อทัวร์ เราไปตอน 11 โมงวันศุกร์ ไม่ต้องเข้าคิวเลย
สงสัยคนมาตอนเช้ากันหมด ราคาตั๋วนักเรียน 8 ยูโร (ราคาเต็ม 15 ยูโร) ตอนออกมาบ่ายๆ ยิ่งไม่มีคนใหญ่เลยFoot in mouth
เวลาเดินไม่หลงอยู่แล้ว เพราะเป็นทางเดินตรงๆ ตามฝูงชนไปๆ Cool 
 
64. วาติกันถูกยกให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO
 
65. วาติกันมีสถานีวิทยุที่ออกอากาศ 20 ภาษาไปทั่วโลก
 
66. สถานีรถไฟ 1 สถานีในวาติกัน มีไว้ส่งของเป็นหลัก
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
จตุรัสเซนต์ปีเตอร์ (Piazza di San Pietro / St Peter's Square)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
66. St.Peter's Square จตุรัสที่อยู่ด้านหน้าโบสถ์ St. Peter เป็นจตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี่
มีความยาว 314 เมตร กว้าง 240 เมตร และใช้รูปปั้นทั้งหมด 140 ตัวในการตกแต่งจตุรัส
 
67. วิหารเซนต์ปีเตอร์ (The Papal Basilica of Saint Peter) ให้เข้าฟรี (เข้าคนละทางกับ พิพิธภัณท์วาติกัน)
 
68. โดมของวิหารออกแบบโดยไมเคิล แองเจลโล่ และเป็นโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ปีนขึ้นไปได้โดยบันได 491 ขั้น แต่ถ้าขึ้นลิฟต์ จะปีนน้อยลง 171 ขั้นเท่านั้นเอง
 
69. วิหารคาธอลิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก (เคยมีโบสถ์อยากจะสร้างให้ใหญ่ว่าวิหารเซนต์ปีเตอร์
แต่โดนสำนักวาติกันห้ามเอาไว้ โบสถ์นั้นคือ The Basilica of San Petronio ในโบโลญญ่า)
 
70. เชื่อกันว่าวิหารนี้เป็นที่ฝังร่างของนักบุญเปโตร (St. Peter) อัครสาวกของพระเยซู และบิช็อปองค์แรกของโรม
 
 
 
 
 
 
 
 
70. ชั้นล่างเป็นหลุมฝังศพของพระสันตปาปาจำนวน 91 องค์ กษัตริย์ และ พระราชินี
 
71. รูปปั้น Pietàของไมเคิลแองเจลโล่ ก็อยู่ที่นี่
 
(ภาพจาก http://www.mentalfloss.com/blogs/archives/24417)
 
72. ผู้คนมากมายมาสารภาพบาปที่วิหารแห่งนี้ ว่ากันว่าผู้ร้ายฆ่าคนก็มีมาสารภาพบาปที่นี่เช่นกัน ศึกตามหลักแล้ว
พระบิช็อปสามารถยกโทษให้ได้ แต่มีบาปบางอย่างที่ไม่สามารถเข้าขบวนการสารภาพบาปได้ เช่น
พระบอกเล่าเรื่องที่คนอื่นมาสารภาพบาปให้คนอื่นฟัง คนที่กระทำการเกี่ยวกับการทำแท้ง เป็นต้น
 
73. ห้ามนำน้ำและอาหารเข้าวิหาร (มีคนตรวจก่อนเข้านะจ๊ะ)
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
พิพิธภัณท์วาติกัน (Vatican Museum)
 
 
 
 
 
74. มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีห้องจำนวน 1,400 ห้อง ประกอบไปด้วยส่วนของพิพิธภัณท์ ส่วนจัดแสดงภาพ
the Sistine Chapel, และ วังของพระสันตะปาปา (ไม่เปิดให้เข้าชมส่วนหลังนะคะFoot in mouth)
 
75. พิพิธภัณท์วาติกันมีทางเดินความยาว 14.5 กิโลเมตร เป็นที่สะสมรูปปั้นและภาพเขียนมากมาย ว่ากันว่า
ถ้าหยุดดูภาพเขียนทุกรูปเป็นเวลา 1 นาที เราจะต้องใช้เวลาดูภาพเขียนทั้งหมด 4 ปี
 
76. ไม่เปิดทำการวันอาทิตย์ และวันหยุด (ยกเว้นวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ให้เข้าชมฟรี ว่ากันว่าเข้าคิว
รอกัน 2 ชม แถมพอเข้าไปยังเจอคนอีกมากมายยยย)
 
77. ควรไปเที่ยววัน อังคาร พฤหัส หรือ ไม่ก็วันศุกร์ เพื่อหลีกเลี่ยนคนจำนวนมาก
 
78. วันพุธตอนบ่ายๆ บางวันเป็นวันที่พระสันตะปาปาออกมาให้พร (คนเยอะมากกก)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
79. การเข้าพิพิธภัณท์วาติกัน มีข้อห้ามเหมือนการเข้าโบสถ์คือต้องแต่งกายให้เรียบร้อย
บางห้องห้ามส่งเสียงดัง
 
80. พิพิธภัณท์ สามารถเอาน้ำและอาหารไปทานข้างในได้ ติดน้ำเอาไปดื่มระหว่างเดินเที่ยวก็ดีนะคะCool 
 
81. มีห้องน้ำตรงหลังจากจ่ายเงินค่าเข้า และผ่านเครื่อง X-Ray แล้ว ถ้าจะเข้าห้องน้ำให้เข้าตรงนั้นเลย
ไม่งั้นรออีกนาน
 
82. ตรงส่วน Sisten Chapel ห้ามถ่ายภาพ เพราะว่าภาพทั้งหมดในห้องนั้นเป็นลิขสิทธิ์ของ Nippon TV
ดังนั้นถ้าใครถ่ายภาพแล้วเอาไปเผยแพร่ อาจจะโดนฟ้องได้ (จากที่เห็น นักท่องเที่ยว 100% ยิ่งห้าม
ยิ่งถ่าย เห็นถ่ายรูปกันหมดทุกคนเลย)
 
 
 
 
83. นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมจ้างไกด์ ในการพาเที่ยว ซึ่งไกด์เก่งๆ คุยและเล่าเรื่องวาติกัน เกี่ยวกับ
ศาสนา การเมือง และประวัติศาสตร์ได้สนุกมาก ถ้าไม่อยากจ้างไกด์ หาหนังสือมาศึกษาไว้ก่อนก็ได้เหมือนกัน
(แต่ฟังไกด์เล่าสนุกกว่า)
 
84. ถ้าอยากจ้างไกด์ทัวร์ให้ไปหาจากรีวิวใน Tripadvisor จะได้ไกด์ที่ดี และเชื่อถือได้มากกว่าไกด์
ที่ขายตามหน้างาน
 
85. บางห้องในวาติกัน ไม่มีแอร์ ถ้าไปเที่ยวหน้าร้อนอย่าลืมใส่เสื้อบางๆไป (แต่ แขนกุด ขาสั้นห้ามเข้า)
 
86. เข้าวาติกัน ไม่ต้องใช้พาสปอร์ต
 
87. อย่าพยายามเดินอ้อมด้านหลังจากพิพิธภัณท์วาติกัน ไปวิหารเซนต์ปีเตอร์ ระยะเวลาเดินประมาณ 1 ชมขึ้นเขา
และข้างทางไม่มีวิวให้ดู ดังนั้นเดินอ้อมไปทางข้างหน้าจะดีที่สุดFoot in mouth
 
88. ไม่ควรไปนครวาติกันถ้าพระสันตะปาปาอยู่ เพราะคนจะเยอะมากกก จนไม่ได้ดูอะไร ยกเว้นอยากพบ
พระสันตะปาปาสักครั้ง Foot in mouth
 
89. ระวังโดนล้วงกระเป๋าในวาติกัน
 
90. เวลาทำการของพิพิธภัณท์คือ 9โมงเช้า - 6 โมงเย็น
 
91. อย่าลืมส่องวิวนอกหน้าต่างของพิพิธภัณท์Cool
 
92. น้ำจากน้ำพุในวาติกัน หรือในอิตาลี่ ดื่มได้ Cool
 
93. พระสันตะปาปาทรงโปรด ไอศครีมรสเกาลัด ของ Grom แต่รสนี้บางทีก็ไม่มีขาย
(ในรูปก็ไม่ใช่รสเกาลัดนะจ๊ะ)
 
 
94. พระสันตะปาปา ใช้มือถือ iPhone ใช้ text message ให้สร้าง apps สำหรับเผยแผ่คำสอน
และทรงใช้ทวิตเตอร์ผ่านทาง iPad ด้วย ทางวาติกันประกาศว่าบางข้อความในทวิตเตอร์ไม่ได้
มาจากพระสันตะปาปาโดยตรง แต่ทุกข้อความได้รับการอนุญาติจากท่าน
 
95. ชาวอิตาเลี่ยนสามารถเลือกที่จะบริจาคเงิน 8% ของรายได้ ให้กับกรุงวาติกัน
แทนที่จะจ่ายเป็นภาษีให้กับรัฐบาล
 
96. อย่าลืมไปส่งโปสการ์ดจากวาติกัน (เตรียมโปสการ์ด และ เขียนให้เรียบร้อย จะได้ไม่เสียเวลา)
 
97. พระสันตะปาปาองค์ปัจจุบัน เป็นชาวเยอร์มัน มีพระนามว่า เบเนดิก ที่ 16 เป็นพระสันตะปาปาองค์ที่ 265
 
98. Scavi Tour เป็นทัวร์หลุมศพของนักบุญปีเตอร์ จำกัดคนเข้าวันละ 200 คนเท่านั้น
และต้องจองล่